| Profilo di SiriphanMe BeFotoBlogElenchi | Guida |
Me Beเค้าว่ากันว่า หนังสือแห่งโชคชะตา มักเปิดขึ้นกลางเล่ม 05/09/2006 ทางเดินช่วงนี้รู้สึกว่าสิ่งที่หายไปคือ ความสุข..... เค้าว่ากันว่าสังคมเมืองแบบนี้ทำให้คำว่าความสุขที่แท้จริงนั้นหายไป???
คุยกับพี่คนนึงเค้าบอกว่าเห็นหญิงชายคู่คุยกันแล้วยิ้มจนตาหยีทั้งคู่นานแค่ไหนแล้วที่เค้าไม่ได้ยิ้มแบบนั้น???
นั่งทานข้าวอยู่ร้านส้มตำปากซอยเห็นลุกจ้างร้านแหย่กันเล่นสนุกสนานตามประสาคนบ้านเดียวกัน นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น???
หากจะอธิบายชีวิตในช่วงสัปดาหืที่ผ่านมานี้แล้ววิเคราะห์ดูฉันคงเป็นโลกกำพร้าความสุขเป็นแน่....
กำพร้าความสุขถูกจัดไว้เป็นโลกไหมน่ะ?
กำพร้าความสุขเป็นโรคติดต่อหรือเปล่า?
หรือกำพร้าคววามสุขจะเป็นเพียงไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งเดี๋ยวเวียนเข้ามาแล้วก้หายไป...
ฉันหวังว่ามันคงเป็นอย่างหลังเพราะไม่เช่นนั้นแล้วความสามารถในการเยียวยาหาสิ่งทดแทนความสุขของชีวิตคงใช้ไม่ได้ผลหากนานเกินไปเพราะมันคง ดื้อยา
สิ่งที่ตั้งใจในปีนี้คือการใช้ ใจ ในการเดินทางของชีวิต และการใช้ใจนี้ก้ทำให้เหนื่อยและเจ็บ
เหนื่อยกับการคอยระมัดระวัง
เจ็บกับความรู้สึก
เจ็บกับความคิด
ทั้งสิ่งที่ใกล้ตัวและใกล้ตัว................
สิ่งที่หวังต่อไปนั้นคือการเยียวยา ใจ ของตัวเองให้แข้งแรงพอที่จะเดินต่อ และหวังว่าฉันคงจะหายจากโรค กำพร้าความสุข
26/08/2006 ฉันจึงมาหาความหมายเราคงรู้จัก ฉันจึงมาหาความหมาย ของ วิทยากร เชียงกูล ดี ในฐานะวรรณกรรมยุคแสวงหา นับเป็นผลงาดี จากนักเขียนชมรมพระจันทร์เสี้ยวอีกหนึ่งคน
ฉันจึงมาหาความหมาย จึงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของหนุ่มสาวยุคแสวงหา ยุคที่ผู้มีอันจะกินๆได้มีโอกาสในการเข้ารับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี
2512-2549 เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปกว่า 40 ปีที่หนังสือเล่มนี้ได้ตีพิมพ์ออกสู่สายตาประชาชน เรื่องราวในอดีตแทบไม่ต่างอะไรกับเหตุการณ์ในปัจจุบันต่างเพียงแค่ตัวละครและเรื่องราวที่ดำเนินไปเท่านั้น หากแก่นแท้ของมันนั้น ไม่ต่าง
นักศึกษาปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยตลอด 4 ปี เพื่ออะไร?
พวกเค้าเหล่านั้นเคยกระทู้กับตัวเองหรือไม่ว่าการศึกษาที่ได้รับมานั้นเค้าจะนำมันไปใช้ประโยชน์อย่างไร
หรือคำถามง่ายๆอย่าง ในชีวิตของพวกเค้านั้นอะไรที่เรียกว่า ความสุข อะไรคือความต้องการที่แท้จริงของชีวิต ที่ไม่เพียงแต่การดำเนินตามกรอบของสังคมที่วางไว้?
กระทู้เหล่านี้เคยมีผู้ตั้งคำถามไว้เมื่อ กว่า 40 ที่แล้ว......
และวันนี้ 2549 คุณหาคำตอบเจอแล้วหรือยัง?
ขรรค์ชัย บุนปาน เคยบอกไว้ว่า
คนรุ่นใหม่เป็นโรค โรคที่ว่านี้ เป็นผลผลิตของสังคมที่สับสนวุ่นวาย โดยคนรุ่นใหม่มักจะสร้างโลกของตนเองขึ้นมา และแสวงหาคำตอบที่ตัวเองยังไม่ได้ตั้งคำถาม
ฉันเชื่อในสิ่งนี้เต็มหัวใจ ว่าโรคนี้น่ากลัวเหลือเกิน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่สามารถกระทู้กับตัวเองได้นั้น คำตอบที่เรามุ่งแสวงหาเราจะนำมาเพื่ออะไร?
ดูเถิด....... คนรุ่นใหม่เอ๋ย ใช้เวลาที่มีค่ากระทู้กับตัวเองดูซักครั้งจะดีไหม?
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
แต่สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว
กระทู้ให้จบก่อนรับกระดาษมาแปะฝาบ้านน่ะหลานน่ะ555
18/08/2006 สิ่งที่อยากได้คือที่พักผ่อนไม่ใช้เก้าอี้ในชีวิตครอบครัว คำว่า เรา ควรคิดถึงบ่อยแค่ไหน และหากว่าคนหนึ่งหลงลืมคำว่าเรา คนอีกคนหนึ่งจะสามารถคิดถึง เรา ได้อีกต่อไปไหม?
เพราะคนที่อาศัยอยู่ด้วยกันเพียงแค่เขาก้าวออกไปจากบ้าน เขาก็ไม่ใช่ของเราแล้ว เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าขณะที่เรากำลังทำอะไรเพื่อเขาอยู่นั้น เขาทำอะไรอยู่
และถ้าคนที่อยู่ด้วยกันไม่สามารถคิดถึงคำว่าเราได้แล้วนั้นแสดงให้เห็นถึงอะไร?
โลกในมุมของฉันเรียกมันว่าความไว้ใจ
เมื่อไหร่ก็ตามที่ความไว้ใจในตัวของคนที่อยู่ด้วยกันหมดลงไป คำว่าเราจะมีความหมายอยู่อีกไหม?
แล้ว เรา จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร?
ฉันไม่รู้.....................
สิ่งที่ฉันรู้นั้นก็คือทำนบของความไว้ใจและความเชื่อใจที่ฉันมั่นใจมาโดยตลอดบัดนี้สิ่งเหล่านั้นได้มลายหายสิ้นจากใจ
นั้นเป็นความรู้สึกที่แย่ฉันรู้ทุกอย่างในโลกนั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงสสารทุกสถานะย่อมมีการแปลเปลี่ยน
ในเมื่อสสารทุกอย่างย่อมมีการแปลเปลี่ยนแล้วฉันจดเองะไปยึดถือเอาอะไรกับสสารที่รู้อยู่แก่ใจว่าวันนึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ฉันผิดเอง
ผิดที่คาดหวังกับทรายที่ยังไงก็เป็นทรายไม่มีวันที่จะเป็นปราสาททราย........
ผิดที่ไม่รักษาพื้นที่ที่เรียกว่าใจของตัวเอง 17/07/2006 บัวไรอย่างที่บอกไปเมื่อคราวที่แล้วว่าตอนนี้ซื้อคอนโดแล้วและกำลังตบแต่งอยู่ สัปดาห์ที่แล้วไปโอนมาที่สำนักงานที่ดิน ไปตั้งแต่เช้ากว่าจะเสร็จเป็นชาติ สมกับการเป็นราชการไทย เลยมีโอกาสได้นั่งคุยกับคนขายห้องอย่างจริงจัง เพราะตอนตกลงซื้อแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย เห็นห้องถูกใจก็ซื้อเลย คุยไปคุยมาปรากฏว่าพี่คนขายเป็นนักเขียน นักแต่งเพลง และคนเขียนบทภาพยนตร์ ที่ใช้นามแฝงว่า บัวไร ซึ่งเราเองก็อ่านหนังสือติดตามผลงานของเค้าอยู่บ้าง ล่าสุดพี่เค้าเขียนบทหนังเรื่อง โหน่งแท่งนักเลงภูเขาทองด้วย ทั้งเรื่องเขียนคนเดียว..... ดีใจที่ได้รู้จักคนเก่งๆอีกคน 05/07/2006 ยุ่งๆๆๆๆๆๆๆๆช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนเลย งานเต็มหัวเต็มหางไปหมด.... เฮ้อ.. ชีวิต แต่ก็มีเรื่องดีๆอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะตอนนี้เราซื้อคอนโดได้แล้ว YO YO ทำเรื่องตั้งนานสุดท้ายก็ได้สักที ทีนี้ก้ต้องมานั่งวุ่นวายกับการตบแต่งใหม่ทั้งหมด เหนื่อยเอาการแต่ยังไงก็ดีน่ะเพราะว่าได้แต่งในแบบที่เราชอบ วันก่อนไปเลือกซื้อของเข้าบ้านหมดเงินไปตั้ง แสนกว่าบาท ตอนนี้เลยล้มละลาย จน กินแกรบ555+ ซื่อแค่เฉพาะสิ่งจำเป็นกว่าจะเสร็จสงสัยได้กินแกรบหลายเดือน....... งานที่ออฟฟิคก้เหมือนเดิมวุ่นวายดีปีนี้ต้องทำ Pr เพิ่มหลายจุด เพื่อให้ cover ทั้งหมด ต้อง Branding องค์กรอีก แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่ถ้าทำได้ก็ดีมากเลย จะได้ยกระดับงานภาคสังคมให้สูงขึ้น...... 21/06/2006 JIMMY LIAOi want to ask them
if thay don't remember
A moment face to face
In some revolving door ?
Perhaps a "soory" muttrred in a crowd?
A cut "wrong number" caught in the receiver?
But i know the answer
NO. they dont remember
they'd be amazed to hear
that Chance has been toying with them
Now for years
เชื่อไหม ทุกการเริ่มต้น เป็นแค่บทต่อเนื่องของเรื่องราวที่เคยมีมาแล้วในก่อนหน้านี้ และยังจะต้องมีบทอื่นติดตามมา เพราะหนังสือแห่งโชคชะตามักเปิดขึ้นมาตรงกลางเล่ม เชื่อไหม 19/06/2006 เบื่อออออออออออออออออออออออวันนี้เป็นวันที่น่าเบื่ออีกหนึ่งวัน ซึ่งอันที่จริงแล้วนั้นในหนึ่งชีวิตก็มีเรื่องน่าเบื่อมากอยู่แล้ว อยากให้เวลาหยุดเดิน นาฬิกาหยุดหมุน ไม่อยากหายใจ เหนื่อยจัง เกิดคำถามมากมายที่ไร้สิ้นซึงคำตอบ เสียงภายในจิตใจเหือดหาย ไร้สิ้นซึ่งแรงและพลังในการขับเคลื่อนชีวิตให้เดินหน้าต่อไป......................
เมื่อไหร่จะหลุดพ้น
เมื่อไหร่จะเห็นแสงสว่าง
เมื่อไหร่
เมื่อไหร่
เมื่อไหร่..................
|
|
|||||
|
|